ต้นไม้

ต้นเข็ม

ต้นเข็ม เดิมเป็นพรรณไม้พื้นเมืองของอเมริกาใต้ จัดว่าเป็นไม้พุ่ม ซึ่งมีความสูง 1-3 เมตร  เข็มหอม หรือเข็มขาวมีสำต้นขนาดเล็ก แตกกิ่งใกล้ผิวดินจำนวนมาก เราจึงพบว่าเข็มหอมมักอยู่กันเป็นพุ่มแน่น โดยแต่ละต้นมีเส้นผ่าศูนย์กลางของลำต้น 1-2 เซนติเมตรเปลือกสีดำหรือม่วงเข้ม ใบเป็นใบเดี่ยวรูปรีแกมขอบขนาน เรียงตรงข้าม หน้าใบมัน สีเขียวเข้ม หลังใบสีอ่อนกว่าและเห็นเส้นใบชัดเจน ในส่วนของช่อดอก จะมีสีขาว ออกที่ปลายยอด มีเส้นผ่าศูนย์กลางช่อดอก 8-18 เซนติเมตร มีดอกย่อยจำนวนมาก  ดอกย่อยมีกลีบเลี้ยงสีเขียวรูปถ้วย ปลายแยกเป็นกลีบ โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดเล็ก ๆ ยาว 2.5-3 เซนติเมตรปลายหลอดมีกลีบแยกจากกันเป็น 4 กลีบ แต่ละกลีบรูปไข่กว้าง 0.3 เซนติเมตร ยาว 0.6 เซนติเมตร เมื่อดอกบานมีเส้น   ผ่าศูนย์กลาง 1.2-2 เซนติเมตร ดอกย่อยภายในช่อดอกเดียวกันบานในเวลาใกล้เคียงกัน ดอกที่บานใหม่ ๆ จะมีสีขาว บริสุทธิ์ เมื่อใกล้โรยจะเปลี่ยนเป็นสีคล้ำ ดอกมีกลิ่นหอม และออกดอกตลอดปี
การปลูกและขยายพันธุ์เข็ม

ต้นมะลิ

มะลิ  
เป็นพรรณไม้ยืนต้น และเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก จนถึงขนาดกลางบางชนิดก็มีลำต้นแบบเถาเลื้อย ลำต้นมีความสูงประมาณ1-3 เมตร ผิวเปลือกลำต้นสีขาวมีสะเก็ดรอยแตกเล็กน้อย ลำต้นเล็กกลมแตกกิ่งก้านสาขาไปรอบ ๆ ลำต้น ใบเป็นใบเดียวแตกใบเรียงกันเป็นคู่ ๆ ามก้านและกิ่งลักษณะของใบมนป้อม โคนใบสอบเรียว ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบเป็นมันสีเขียวเข้ม ขนาดใบกว้างประมาณ 2-3 เซนติเมตร ยาวประมาณ 3-5 เซนติเมตร ออกดอกเป็นช่อ ออกตามส่วนยอดหรือตามง่ามใบดอกเล็กสีขาวมีกลีบดอกประมาณ 6-8 กลีบ เรียงกันเป็นวงกลมหรือซ้อนกันเป็นชั้นแล้วแต่ชนิดพันธุ์ ขนาดดอกบานเต็มที่ประมาณ 2-3 เซนติเมตรผลเป็นรูปกลมรีเล็กเมื่อสุกจะมีสีดำภายในมีเมล็ดอยู่1เมล็ดนอกจากนี้ลักษณะของลำต้นและดอกแตกต่างกันไปตามชนิดพันธ์

ต้นไผ่

ถ้าท่านท่องเที่ยวไปในสถานที่ต่าง ๆ ในชนบท ท่านมักจะพบเห็นไม้ไผ่ขึ้นเป็นกอบางเป็นลำเดี่ยว ๆ บ้าง อยู่ทั่วไปตามป่าเขาลำเนาไพร ริมฝั่งแม่น้ำ ลำธาร หนอง คลอง บึง และบริเวณหัวไร่ปลายนา บางแห่งก็หนาแน่น เป็นป่าไผ่ บางแห่งก็ขึ้นประปราย แซมไม้ชนิดอื่นอยู่ดาษดื่น ไม้ไผ่ที่เห็นนี้มีคุณค่ามหาศาล มีประโยชน์มากมายจนไม่อาจจะพรรณนาได้ และอาจจะกล่าวได้ว่าไม่มีพืชชนิดใดในโลกจะรับใช้มนุษย์ได้มากกรณีเท่าไม้ไผ่ เมื่อเทียบกับไม้ชนิดอื่น ๆ แล้วจะเห็นได้ว่าไม้ไผ่เหมาะที่จะนำไปใช้ก่อให้เกิดประโยชน์กว้างขวาง ซึ่งถ้าหากจะใช้วัตถุอื่น แทนแล้วจะต้องใช้จ่ายสูงกว่า และไม้ไผ่นี้เจริญงอกงามได้ทั่วไปสะดวกในการตัดฟัน

ต้นขนุน

ขนุนเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ อยู่ในวงศ์เดียวกับสาเก สูง 15-30 เมตร ลำต้นและกิ่งเมื่อมีบาดแผลจะมีน้ำยางสีขาวข้นคล้ายน้ำนมไหล ใบเดี่ยว เรียงสลับ แผ่นใบรูปรี ขนาดกว้าง 5-8 เซนติเมตร ยาว 10-15 เซนติเมตร ปลายใบทู่ถึงแหลม โคนใบมน ผิวในด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมัน เนื้อใบหนา ดอกเป็นช่อแบบช่อเชิงลดแยกเพศอยู่รวมกัน เป็นช่อสีเขียว อัดกันแน่น แยกเพศ แต่อยู่บนต้นเดียวกัน ช่อดอกตัวผู้ออกตามปลายกิ่งหรือซอกใบ เป็นแท่งยาว ช่อดอกตัวเมียเป็นแท่งกลมยาว ออกตามลำต้นหรือกิ่งใหญ่ เมื่อติดผล ดอกทั้งช่อจะเจริญร่วมกันเป็นผลรวมมีขนาดใหญ่ โดย 1 ดอกกลายเป็น 1 ยวง ในผล ผลดิบเปลือกสีเขียว หนามทู่ ถ้ากรีดเปลือกจะมียางเหนียว เมื่อแก่ เปลือกสีน้ำตาลอ่อนอมเหลือง หนามจะป้านขึ้น ภายในผลมีซังขนุนหุ้มยวงสีเหลืองไว้ เมล็ดอยู่ในยวง 

ต้นพุทธ

สำหรับดอกพุดนั้นนิยมนำไปร้อยพวงมาลัยเพื่อบูชาพระ มีการนำเมล็ดเมล็ดไปใช้แต่งสีอาหารและทำสีย้อม เนื่องจากมีเมล็ดสีเหลืองทอง สำหรับดอกพุดซ้อนนั้นนำไปใช้สกัดทำเป็นน้ำมันหอมระเหย ใช้ทำน้ำหอมและแต่งกลิ่นเครื่องสำอาง และมีการนำเอาไปทำสมุนไพร“สรรพคุณทางยา” – ใบ ดอกพุดซ้อนนำมาตำพอกแก้ปวดศีร
ษะ แก้เคล็ดขัดยอกที่เกิดขึ้น – ดอก นำมาคั้นเอาน้ำเพื่อทาแก้โรคผิวหนัง – ราก ใช้รักษาอาการแก้ไข้ – เปลือกต้น แก้บิดที่เกิดขึ้นความเชื่อคนไทยโบราณเชื่อว่า บ้านใดปลูกต้นพุดไว้ประจำบ้านจะทำให้มีความเจริญ ความมั่นคง เพราะพุด หรือ พุฒ หมายถึง ความเเข็งแรงสมบูรณ์ คือความเจริญมั่นคง นั่นเอง นอกจากนี้ยังมีความเชื่ออีกว่า จะทำให้เกิดบริสุทธิ์ เพราะดอกพุดมีสีขาวสดใสกลับมีดอกใหญ่ที่ขาวสะอาด ดังนั้นแง่หนึ่งเช่นกันทั้งนี้ก็เพราะโบราณเชื่อว่าเนื้อไม้ของพุดเป็นไม้ที่แข็งแกร่งและมีอิทธิฤทธิ์พอสมควร

ต้นคุณนายตื่นสาย

• ใช้ปลูกเป็นไม้ดอกประดับระดับล่างในแปลงจัดสวนหรือปลูกในกระถาง
• ใช้ปลูกเป็นพืชคลุมดิน ป้องกันการกัดเซาะพังทลายของหน้าดิน
• ใช้ปลูกเพื่อล่อแมลงสำหรับผสมเกสรของพืชทางการเกษตร
• ดอกคุณนายตื่นสาย นำมาสกัดเป็นสารสีสำหรับระบายสีภาพ
• ดอกคุณนายตื่นสาย นำมาสกัดเป็นสีย้อมผ้าหรือนำมาต้มย้อมผ้าได้
• ดอกคุณนายตื่นสาย นำมาปั่นทำเป็นน้ำสมุนไพร ใส่เกลือ และน้ำตาลเล็กน้อย จะได้น้ำแพรเซี่ยงไฮ้หลากหลายสี และมีสีสวยงาม
• ดอกคุณนายตื่นสาย นำมาตากแห้ง และบดสำหรับชงเป็นชาดื่ม

ต้นหงอนไก่

หงอนไก่ เป็นไม้พุ่มสูงประมาณ 20 นิ้ว สีของลำต้นสีเขียว ต้นมักจะแตกกิ่งก้านสาขามาก ใบเป็นใบเดี่ยวออกใบเป็นกลุ่ม ใบแต่ละกลุ่มจะมีใบใหญ่อยู่หนึ่งใบ รูปใบมนรี ปลายใบแหลม ขนาดใบใหญ่ประมาณ 3-4 ซม. นอกนั้นเป็นใบย่อยขนาดเล็ก ออกดอกดก ออกดอกเป็นช่อที่ปลายยอด ช่อดอกกว้าง 1.5-2 ซม. มีสีสันจัดจ้าน  ช่อดอกมี 2 แบบคือ รูปทรงกระบอกและแบบรูปหงอนไก่ บางครั้งพบทั้งสองแบบในต้นเดียวกัน กลีบรวมมี 4 กลีบ รูปขอบขนานแกมรูปไข่ ยาว 0.6-1.0 ซม. เกสรเพศผู้ปลายแหลมมี 5 อัน ฐานรองดอกเชื่อมติดกันเป็นแผ่นย่น เป็นก้อนกลม ใบประดับรองดอกขนาดเล็กเป็นเส้นคล้ายกำมะหยี่ ดอกสมบูรณ์เพศ กลีบดอกมีหลายสี เช่น แดงสด ขาว และเหลือง  คล้ายหงอนไก่  ผล รูปไข่ค่อนข้างกลม สีดำเป็นมัน ขนาดเล็ก ผลแห้งแตกแบบมีฝาเปิด สีน้ำตาลอ่อน เมล็ดสีดำ เป็นมัน

ต้นสาวน้อยปะแป้ง

สาวน้อยประแป้ง หรือดิฟเฟนมาเกีย (Fief- fenbachia) เป็นไม้ใบที่นิยมปลูกกันเป็นไม้กระถางกันมากทั่วไปในเขตร้อน ใช้ประดับภายในอาคารและนอกอาคาร ส่วนมากชอบขึ้นอยู่ในที่ร่ม เป็นไม้ในร่ม (Indoor plants) มีถิ่น กำเนิดจากประเทศในเขตร้อนทั่ว ๆ ไปในอเมริกาใต้และอินเดียตะวันตก เป็นชื่อที่ได้รับเกียรติมาจาก J.F. Dieffenbuch นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน Dieffenbachia อยู่ในวงศ์ Arum หรือ Family Araceae ลักษณะของต้นเป็นไม้กออวบน้ำ ไม่มีเนื้อไม้ ลำต้นกลมและสูงประมาณ 5 ฟุต ใบใหญ่เป็นใบเดี่ยว (Simple leaf) ฯจุดประหรือมีสีสันสลับเป็นลายขาวครีม บนพื้นใบสีเขียว มีกาบใบห่อหุ้มลำต้นอยู่ เนื่องจากมีจุดขาว ๆ ประเต็มใบที่มีพื้นสีเขียว ไทยจึง เรียกว่า “สาวน้อยประแป้ง” จนเรียกว่า “บ้วนนี่แช” (เขียวหมื่นปี) ในประเทศไทยมีหลายสิบชนิดมีชื่อเป็นภาษาไทย ตั้งชื่อตามรูปร่างลักษณะของแต่ละต้น

ต้นบานชื่น

บานชื่นเป็นไม้ล้มลุกขนาดเล็ก มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Zinnia eleyans Jacy อยู่ในวงศ์ Compositae เป็นพืชใบเลี้ยงคู่ สูงประมาณ ๖๐ เซนติเมตร ลำต้นมีช่อง กลวงภายใน ผิวลำต้นสีเขียวมีขนอ่อนปกคลุม แตกกิ่งก้านสาขาน้อย ใบเดี่ยวขนาดใหญ่ รูปใบหอก โคนใหญ่มนปลายแหลม สีเขียวมีขนอ่อนปกคลุม ก้านใบสั้น มากจนอาจเรียกได้ว่าไม่มีก้านใบ ใบออก ตรงข้ามกันเป็นคู่ๆ จากลำต้น หรือกิ่งก้าน ดอกเป็นดอกเดี่ยวออกตรงปลายยอด หรือปลายกิ่งก้าน ดอกขนาดใหญ่มีกลีบกระจายออกจากศูนย์กลางเป็นวงกลม มีทั้งกลีบชั้นเดียวและหลายชั้น กลีบดอกมีสีต่างกันมากมาย เช่น ขาว ครีม เหลือง ส้ม ม่วง แดง เป็นต้น และหลายสีในดอกเดียวกัน ตรงกลางดอกเป็นกระจุกเกสรตัวผู้และตัวเมีย เห็นเป็นกลุ่มสีเหลืองอยู่ตรงกลางดอก เมื่อกลีบดอกโรยจะเหลือกลุ่มเมล็ดสีน้ำตาลดำอยู่บนก้านดอก รูปทรงคล้ายเมล็ดทานตะวันแต่แบนกว่า แต่ละดอกอาจติด เมล็ดได้หลายสิบเมล็ด แต่บางส่วนก็เป็นเมล็ดลีบนำไปเพาะขยายพันธุ์ไม่ได้

ต้นน้อยหน่า

น้อยหน่าจัดเป็นไม้ผลยืนต้นผลัดใบ มีทรงพุ่มขนาดเล็ก ลำต้นแท้สูงประมาณ 1 เมตร และจะแตกกิ่งก้านออกเป็นกิ่งหลัก กิ่งรอง กิ่งแขนง และกิ่งย่อย โดยจะแตกกิ่งอยู่ในระดับต่ำถัดจากลำต้นแท้ การแตกกิ่งจะไม่เป็นระเบียบ ลำต้น และทรงพุ่มอาจสูงมากกว่า 5 เมตร ลักษณะเปลือกลำต้นบาง ผิวเปลือกสากหยาบ สีน้ำตาลถึงดำ
ลักษณะทั่วไป
น้อยหน่าเป็นไม้ผลที่มีลำต้นเล็ก  เป็นไม้เนื้ออ่อน เปราะบาง สูงประมาณ 5-6 เมตร มีทั้งกิ่งหลัก กิ่งรอง กิ่งแขนง และกิ่งย่อย ลำต้น เป็นไม้ประเภทผลัดใบ มีใบเดี่ยว ใบอ่อนจะมีสีขาวปนเขียว ใบแก่ก็เขียวเข้มปนน้ำตาล ปลายใบแหลมรูปหอก มีดอกโผล่ตามกิ่งในฤดูใบไม้ผลิ หลังจากผลัดใบ น้อยหน่าจัดเป็นไม้ผลยืนต้นผลัดใบ มีทรงพุ่มขนาดเล็ก ลำต้นแท้สูงประมาณ 1 เมตร และจะแตกกิ่งก้านออกเป็นกิ่งหลัก กิ่งรอง กิ่งแขนง และกิ่งย่อย โดยจะแตกกิ่งอยู่ในระดับต่ำถัดจากลำต้นแท้ การแตกกิ่งจะไม่เป็นระเบียบ ลำต้น และทรงพุ่มอาจสูงมากกว่า 5 เมตร ลักษณะเปลือกลำต้นบาง ผิวเปลือกสากหยาบ สีน้ำตาลถึงดำ

ใส่ความเห็น

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น